ชัยภูมิ – ด่านสกัดกลางเมืองกลายเป็นเวทีคลี่คลายคดี เมื่อหนุ่มวัย 17 ปี ขี่รถจักรยานยนต์จากอุดรธานีมาส่งยาเสพติดในพื้นที่ แต่กลับให้ GPS นำทางพามุ่งตรงเข้าด่านตรวจของตำรวจเมืองชัยภูมิแบบไม่ตั้งใจ จนถูกจับพร้อมของกลางทั้งยาและปืน

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุจริต ปานเล็ก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ มอบหมายให้ พ.ต.อ.พิชิต มีแสง และ พ.ต.อ.อานุภาพ ผิวอ่อน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ จัดกำลังตำรวจจราจร สภ.เมืองชัยภูมิ ตั้งจุดตรวจ–จุดสกัดบริเวณสี่แยกโรงเรียนสตรีชัยภูมิ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเขตเมือง
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ร.ต.อ.ประทีป แก้วดี รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 2 กษ 3498 นครราชสีมา ขับเข้ามาด้วยท่าทีพิรุธ จึงเรียกตรวจ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายยอดธีระ พวงเงิน อายุ 17 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี มีอาการลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต
เมื่อขอตรวจค้นใต้เบาะ เจ้าหน้าที่ถึงกับพบของกลางจำนวนมาก ทั้งยาบ้า 1,200 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุน 1 นัดบรรจุอยู่ในรังเพลิง โดยนายยอดธีระรับสารภาพว่า ขี่รถจักรยานยนต์มาจากอุดรธานีเพื่อมาส่งยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยใช้ GPS นำทาง แต่กลับขับเข้าด่านตรวจโดยไม่รู้ตัว จึงถูกรวบพร้อมหลักฐานทั้งหมด
พ.ต.อ.อานุภาพ ผิวอ่อน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ตำรวจยังคงเดินหน้านโยบายกวาดล้างและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจุดตรวจในเขตเมืองที่มีการตั้งกำลังต่อเนื่อง การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลจากการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ช่วยสกัดไม่ให้ยาเสพติดไหลเข้าสู่ชุมชน
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป





มัฆวาน วรรณกุล – อารดา
ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ